Logo
           
-สมัครสมาชิก-
           
-เข้าสู่ระบบ-
           
-ติดต่อเรา-

แมนฯยู คุณค่าที่คู่ควร ตัดเกรดนักเตะหลังเกม แมนฯยู เปิดบ้านอัด อาร์เซนอล 3-1

แมนฯยู อารอน แรมส์เดล – 6
หมดสิทธิช่วยทีมในการป้องกัน 3 ลูกที่เสียไปได้ มีจังหวะออกบอลพลาดจนเกือบเสียประตู แต่ยังแก้ตัวด้วยการออกมาปิดมุมได้ทัน

วิลเลียม ซาลิบา – 6
การเข้าสะกัดทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่จังหวะการประกบตัวและการยืนตำแหน่งเช็กล้ำหน้าวันนี้ยังทำได้ไม่ทีเท่าที่ควร

กาเบรียล – 6
การดวลตัวต่อตัวใช้ความแข็งแกร่งในการเข้าปะทะได้ดี แต่ก็เช่นเดียวกับ ซาลิบา ที่วันนี้มีปัญหาในการยืนตำแหน่งเช็กไลน์ล้ำหน้า

เบน ไวท์ – 6
มีส่วนในการออกบอลขึ้นเกมจากแดนหลัง แต่ก็ยังคงมีจุดอ่อนอยู่ที่เกมรุกที่ไม่สามารถประสานงานแบ่งเบาภาระในเกมรุกให้กับ ซาก้า ได้

โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – 6
มีบทบาทพอสมควรกับการต่อบอลขึ้นเกมทางริวเส้นฝั่งซ้าย แต่ภาพรวมก็ยังคงสร้างโอกาสให้ทีมได้ไม่มากนัก

แซมบิ โลคองก้า – 6
เกมรับยืนตำแหน่งได้ไม่ดีนัก มีจังหวะหลุดตำแหน่งหลายครั้งโดยเฉพาะลูกที่เสียประตูในครึ่งแรก แต่ก็ยังมีจังหวะจ่ายบอลสวย ๆ ให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะจังหวะที่ มาร์ติเนลลี หลุดเดี่ยวและยิงเข้าไปแต่ถูก VAR ริบคืน

กรานิท ชาก้า – 6
คอยต่อบอลเชื่อมเกในแดนหน้า แต่วันนี้บทบาทดูจะน้อยลงไป แทบไม่มีจังหวะจ่ายบอลทำเกมสวย ๆ ให้เห็นเลย

มาร์ติน โอเดการ์ด – 6
ทำได้เพียงเคาะบอลบริเวณกลางสนาม วันนี้การจ่ายบอลคิลเลอร์พาสทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็ยังมีส่วนกับประตูที่ทำได้ที่เป็นคนจ่ายทะลุเข้าเขตโทษก่อนที่ ดาโลต์ จะสะกัดไปเข้าทาง ซาก้า

บูกาโย ซาก้า – 7
โดดเด่นในเกมรุกฝั่งขวา ใช้ความเร็วความคล่องตัวเล่นงาน ไทเรลล์ มาลาเซีย ได้ดี แถมวันนี้ยังยิงตีเสมอให้ทีมได้อีกด้วย

กาเบรียล มาร์ติเนลลี – 7
มีโอกาสได้จบบ่อยครั้งทางกราบซ้าย แต่ยังไม่ผ่านมือ เด เคอา ไปได้ ส่วนครั้งที่ยิงเข้าไปก็ถูก VAR จับเป็นการฟาวล์ไปเสียก่อน

กาเบรียล เชซุส – 7
ใช้ความสามารถเฉพาะตัวสร้างสรรค์โอกาสให้ทีมได้หลายครั้ง แต่วันนี้เจ้าตัวแทบไม่มีโอกาสได้ลุ้นประตูเองเลย

ตัวสำรอง

เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (แทนที่ ซินเชนโก้ นาทีที่ 74) – 5
โอกาสเล่นกับบอลค่อนข้างน้อย ยังไม่มีบทบาทมากนัก

ฟาบิโอ วิเอรา (แทนที่ โลคองก้า นาทีที่ 74) – 5
ลงมาประเดิมสนามให้กับทีมเป็นเกมแรก แต่ก็ยังทำอะไรได้ไม่มากนัก

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2022/23
 วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2022

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 อาร์เซนอล

สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด หยุดสถิติชนะรวด อาร์เซนอล ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 3-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูจาก แอนโทนี นาทีที่ 35 และสองประตูจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด นาทีที่ 66 และ 75 ส่วนทีมเยือนได้ประตูจาก บูกาโย ซาก้า นาทีที่ 66 คว้า 3 แต้มในบ้านลดช่องว่างจากจ่าฝูง ปืนใหญ่ เหลือเพียง 3 คะแนนเรียบร้อยแล้ว

เริ่มเกมไปได้ 8 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นก่อนจากจังหวะวอลเล่ของ เอริคเซน แต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียวเท่านั้น

หนึ่งนาทีต่อมา อาร์เซนอล มีลุ้นบ้างจากจังหวะได้ยิงโล่ง ๆ ของ ซาลิบา แต่ยิงโดนไม่ดีเหินข้ามคานออกไปไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 13 ทีมเยือนส่งบอลสู่ก้นตาข่ายไปแล้วจากลูกหลุดเดี่ยวของ มาร์ติเนลลี แต่สุดท้าย VAR จับเป็นการฟาวล์ไปก่อน

นาทีที่ 19 เชซุส มีลุ้นได้โขกจากเสาสองแต่บอลโด่งหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 30 มาร์ติเนลลี ได้บอลในกรอบเขตก่อนยิงด้วยซ้ายไปทางเสาแรก แต่ยังติดเซฟของ เด เคอา

2 นาทีต่อมา มาร์ติเนลลี ได้ลุ้นโขกเหน่ง ๆ อีกครั้ง แต่ยังไม่ผ่านมือ เด เคอา ไปได้

นาทีที่ 35 ปีศาจแดง ออกนำก่อนจากจังหวะที่ แรชฟอร์ด จ่ายต่อให้ แอนโทนี หลุดเดี่ยวก่อนยิงเสียบเสาไกลเข้าระตูไป

นาทีที่ 45 ซาก้า ลองส่องไกล แต่บอลโด่งออกไปไม่ได้ลุ้น

ทำให้จบ 45 นาทีแรกเจ้าถิ่นนำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งเวลาหลังเป็น อาร์เซนอล ที่ครองบอลบุกเข้าใส่อย่างหนักและมีลุ้นต่อเนื่องสองจังหวะติดต่อกันในนาทีที่ 52 จาก โอเดการ์ด ที่ยิงผิดเหลี่ยมปลิ้นออกไป และจังหวะของ ซาก้า ที่กดด้วยขวาจ่อ ๆ หลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

การแข่งขัน ฟุตบอล ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก 2022-23คู่ระหว่าง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่สนาม ดิ เอเม็กซ์ คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2565

เริ่มเกมครึ่งแรกนาทีที่ 4 เจ้าถิ่น บุรีรัมย์ ได้ทักทายก่อนจากลูกยิงหน้าเขตโทษของ แฟรงค์ คาสตาเญดา แต่บอลข้ามคานออกหลังไป นาทีที่ 8 โอกาสยังเป็นของเจ้าถิ่นเมื่อ โจนาธาน โบลินกิ ได้ยิงตรงเส้น 18 หลาแต่บอลเบาเกินไปเข้ามือ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก

นาทีที่ 26 กลับเป็น บีจี ปทุมฯ ที่มีโอกาสน้อยกว่ามาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ สันติภาพ จันทร์หง่อม เปิดจากฝั่งขวา อิคซาน ฟานดี้ โหม่งเช็ดบอลโดน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ของเจ้าถิ่นสกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป

นาทีที่ 29 ทัพ “เดอะ แรบบิท” มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ สันติภาพ จันทร์หง่อม เปิดจากฝั่งขวาอีกครั้งและคราวนี้บอลเข้าหัว อิคซาน ฟานดี้ โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 39 บุรีรัมย์ ที่พยายามบุกหวังทวงประตูคืนและได้ลุ้นจากจังหวะที่ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา พาบอลเข้าเขตโทษก่อนหาจังหวะยิงแต่บอลเบาเกินไปเข้ามือ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก หมดครึ่งแรก ทีมเยือนบุกนำ 2-0

33
ข่าวสารล่าสุด